เอมมาอูส
![]()
เช้าตรู่วันอาทิตย์ มารีย์ มักดาเลน โยอันนา และ มารีย์ มารดาของยากอบได้ไปที่อุโมงค์ และแปลกใจว่าทำไมภายในอุโมงค์ถึงว่างเปล่า (ลูกา 24.10) ก้อนหินถูกกลิ้งออกจากปากอุโมงค์และพระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงอยู่ที่นั่น เทวดา 2 องค์ได้เตือนหญิงเหล่านั้นถึงพระวาจาของพระเยซูเจ้าที่เกี่ยวกับการถูกตรึงของพระองค์และการกลับคืนพระชนม์หลังจากนั้นสามวัน ผู้หญิงเหล่านั้นได้วิ่งไปหาอัครสาวก ปีเตอร์และยอห์นมาถึงก่อนและเมื่อยอห์น สาวกสุดที่รักของพระองค์เห็นผ้าพันพระศพ เขาเห็นและเขาก็เชื่อ (ยอห์น 20.8) ส่วนคนอื่น ๆ มาและกลับไป มารีย์ มักดาเลนยังอยู่ที่อุโมงค์ ร้องไห้ แล้วพระเยซูทรงปรากฎขึ้นและเรียกชื่อนาง และขอให้เธออย่าหน่วงเหนี่ยวพระองค์ไว้ แต่จงไปบอกสาวกของพระองค์ว่า เราจะขึ้นไปหาพระบิดาของเรา และพระบิดาของท่านทั้งหลาย ไปหาพระเจ้าของเราและพระเจ้าของท่านทั้งหลาย (ยอห์น 20.17) จึงสังเกตได้ง่ายที่มารีย์ไปหาสาวกแล้วพูดด้วยความตื่นเต้นอย่างกระตือรือร้นว่า ข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแล้ว (ยอห์น 20.18)
ศิษย์ 2 คน - บ่ายวันเดียวกันนั้นเอง ผู้ติดตามพระองค์ 2 คน คลีโอปาสและสหายของเขาได้ออกจากกรุงเยลูซาเลมมุ่งไปยังเอมมาอูส เป็นเมืองหนึ่งอยู่ห่างจากกรุงเยรูซาเลมประมาณ 7 ไมล์ ศิษย์ 2 คนของพระองค์ได้ทราบข่าวเกี่ยวกับเทวทูตที่มาปรากฎแก่หญิงเหล่านั้นและการมาเยือนของปีเตอร์และยอห์นยังอุโมงค์ที่ว่างเปล่านั้น เขาไม่ทราบการปรากฎของพระองค์ต่อมารีย์ มักดาเลน เขาเหมือนสาวกอื่น ๆ เมื่อได้ข่าวการคืนพระชนม์ของพระเยซูเจ้าเป็นครั้งแรกจากผู้หญิงเหล่านั้น ถือว่า เป็นเรื่องเหลวใหลและพวกเขาไม่เชื่อ (ลูกา 24.11)
ชายแปลกหน้าร่วมไปกับศิษย์ - เขาเหล่านั้นเศร้าโศรกเสียใจและสับสนในการถูกตรึงกางเขนและสิ้นพระชนม์ของเจ้านายของเขา ขณะที่เขาเดินไป เชาได้ปรึกษาถึงเหตุการณ์ที่เกิดชึ้นเมื่อสองสามวันก่อน มีชายแปลกหน้าเดินเข้ามาใกล้และเดินพูดคุยไปกับเขาทั้งสอง เป็นพระเยซูเองซึ่งเขาทั้งสองจำไม่ไได้ คุณพ่อ La Verdiere เข้าใจว่าในการที่ศิษย์ทั้งสองจำพระเยซูไม่ได้เป็นเพราะการขาดความเข้าใจ หลังจากที่พระเยซูทรงประกาศถึงการรับทรมานของพระองค์ บุตรมนุษย์จะต้องถูกอายัดไว้ในมือมนุษย์ (ลูกา 9.44) พระเยซูตรัสว่าแต่ คำเหล่านั้นสาวกหาได้เข้าใจไม่ (ลูกา 9.45) เขาไม่รู้จริงๆว่าพระเยซูเจ้าเป็นใคร เขามองพระองค์เสมือนประกาศกผู้ยิ่งใหญ่ผู้ซึ่งเขาหวังว่าจะสามารถปลดปล่อยอิสราเอลได้ ไม่ใช่บุตรของพระเจ้าและพระผู้ช่วยรอดของโลก
จงอยู่กับเรา -- พระเยซูทรงตำหนิพวกเขาที่ไม่เชื่อสิ่งที่ประกาศกได้บอกเล่าที่เกี่ยวกับพระประสงค์ของพระผู้ไถ่ที่จะต้องรับทรมานก่อนพระสิริรุ่งโรจน์ - ช่างมีหัวใจเชื่องช้าต่อคำบอกเล่าทั้งหมดของประกาศกเหลือเกิน (ลูกา 24.25) ความเชื่อของพวกเขาถูกปลุกขึ้นมาเมื่อพระเยซูทรงอธิบายถึงพระคัมภีร์ให้พวกเขาฟัง แสดงให้เห็นว่าบรรดาประกาศกได้บอกกล่าวล่วงหน้าไว้ถึงการกลับมา ความตาย และการคืนพระชนม์ของพระองค์ไว้อย่างไร ถ้าเขารู้พระคัมภีร์จริง เขาก็ต้องเข้าใจว่าจริงๆแล้วพระเยซูเป็นใคร (ลูกา 24.19) เขาจะได้เข้าใจถึงการถูกตรึง (ลูกา 24.20) จับความสำคัญของ วันที่ 3 ตั้งแต่ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นของพระองค์ (ลูกา 24.21) และเชื่อคำประกาศที่ว่าพระเยซูทรงพระชนม์อยู่ (ลูกา 24. 22-24) ถ้าเขารู้ซึ้งถึงพระคัมภีร์ เขาต้องเชื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนภูเขา พวกเขาประทับใจกับชายแปลกหน้าผู้นี้ ขณะที่พวกเขาเดินไปจวนจะถึงจุดมุ่งหมายอยู่แล้ว พวกเขาไม่ต้องการจากพระองค์ไป จึงขอร้องพระองค์ว่า จงอยู่กับพวกเราเถิด (ลูกา 24.29)
จำได้ -- ระหว่างอาหารค่ำเมื่อเขาพักผ่อนอยู่ที่โต๊ะซึ่งเป็นธรรมเนียมประเพณีอยู่แล้ว พระเยซูทรงหยิบขนมปังขึ้นมา อวยพร แล้วแจกไปทั่ว บทบาทอย่างนี้มักจะสำรองไว้ให้แก่เจ้าของบ้าน การหยิบขนมปัง บิออกออกแล้วแจกให้พวกเขาเป็นการกระทำที่ไม่สุภาพอย่างปกติธรรมดา ถึงแม้พวกเขาไม่ได้ปรากฎตอนอาหารค่ำมื้อสุดท้ายก็ตาม แน่นอนเขาคงเคยเห็นพระเยซูบิขนมปังมาหลายครั้งแล้วระหว่างที่ทรงปรากฎพระองค์ตามสถานที่ต่างๆ สำหรับอาหารค่ำมื้อนี้เป็นการกระทำคล้ายกับที่พระองค์ทรงกระทำที่อาหารค่ำมื้อสุดท้าย พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ซึ่งเป็นกายของพระองค์ บิออกและส่งให้แก่สาวกของพระองค์ เป็นธรรมเนียมที่พระองค์ทรงขอร้องให้บรรดาสาวกกระทำตามเพื่อระลึกถึงความตายของพระองค์
ทันทีที่พระองค์ทรงแจกขนมปังให้แก่พวกเขา ตาของพวกเขาก็สว่าง และพวกเขาจำพระองค์ได้ทันที แต่พระองค์ได้อันตรธานไปจากพวกเขา (ลูกา 24.31) ในขณะที่พระองค์ทรงหักปังอยู่นั้น พวกเขารู้จักพระเยซู ใจและความคิดของเขาถูกเปิดกว้างเพื่อที่รู้จักพระคริสต์ที่ยังทรงพระชนม์อยู่ ไม่ใช่ชายแปลกหน้าอีกต่อไปที่เดินไปกับพวกเขาบนถนน พระองค์ได้ทรงหายพระองค์ไปจากสายตาของพวกเขาเพื่อที่จะให้รู้ว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป บรรดาศิษย์จะรู้จักพระองค์ตอนที่พระองค์ทรงบิปัง เวลานี้เขาสามารถเข้าใจเหตุการณ์ได้แล้วถึงความทนทุกข์ทรมานและความตายของพระองค์ที่ท่านประกาศกได้บอกเล่าไว้ล่วงหน้าถึงการฟื้นคืนพระชนม์และการทรงปรากฎพระองค์ที่ศีลในเวลาอาหาร
การกระตุ้นด้วยการทรงปรากฎพระองค์ - บรรดาศิษย์ปลื้มปีติยินดีและเวลานี้ก็ได้รู้ซึ้งถึงความหมายจากคำทำนายของพระเยซู เรามีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะกินปัสกานี้กับพวกท่าน ก่อนเราจะต้องทนทุกข์ทรมาน ด้วยเราบอกท่านทั้งหลายว่าเราจะไม่กินปัสกานี้อีก จนกว่าจะสำเร็จความหมายของปัสกานั้นในแผ่นดินของพระเจ้า (ลูกา 22.15-17) ท่ามกลางของพวกเขาแผ่นดินของพระเจ้าก็เป็นที่สมประสงค์แล้ว. พวกเขาได้พบพระผู้ไถ่และพวกเขาก็ได้รับพลังในการทรงปรากฎพระองค์และพวกเขาก็ได้รีบกลับไปยังกรุงเยรูซาเลมเพื่อบอกเล่าแก่สาวกทั้ง 11 ของพระองค์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นที่กลางทางและที่เขาได้รู้จักพระองค์ด้วยการหักขนมปังนั้น (ลูกา 24.-35)
พระเยซูทรงประทานของขวัญที่มีค่ายิ่งให้แก่ศิษย์ที่เอมมาอูส และแก่ศิษย์ทุกคนในอนาคต การสัญญาที่ทรงปรากฎเมื่อบรรดาผู้ที่ซื่อสัตย์ได้รวมกันเพื่อฉลองศีลมหาสนิท การปรากฎของพระคริสต์ที่คริสตจักรต่าง ๆ ของพระองค์มีอยู่หลายวิธี แต่แก่นที่แท้จริงแล้วอยู่ที่การปรากฎพระองค์อย่างถาวรในศีลมหาสนิท เมื่อความหวังและความฝันของเราถูกทำลาย เราเองก็สามารถพึ่งพระองค์ได้ด้วยการกลับคืนมาสู่ชีวิตเดิม เหมือนอย่างที่พระองค์ได้ทรงกระทำแก่ศิษย์ของพระองค์ที่เอมมาอูส พระเยซูรู้ล่วงหน้าถึงความต้องการของเราที่ว่า ขอให้หยุดพักกับพวกเรา (ลูกา 24.29) และด้วยเหตุนี้เองพระองค์จึงทรงหยุดพักกับพวกเราในศีลมหาสนิท